กระทรวง อว. โดย สอวช. ร่วมกับ สส. ประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการ TNA ดึงเครื่องมือ Foresight ช่วยประเมินความต้องการเทคโนโลยี รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย

กระทรวง อว. โดย สอวช. ร่วมกับ สส. ประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการ TNA ดึงเครื่องมือ Foresight ช่วยประเมินความต้องการเทคโนโลยี รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการประเมินความต้องการเทคโนโลยี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (Thailand Technology Needs Assessment) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เป็นประธานการประชุม และมี รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. ดร.นุวงศ์ ชลคุป ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. พร้อมคณะทำงาน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ดร.สุรชัย กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ที่เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. มีหน้าที่หลักคือ การเป็นฝ่ายเลขานุการของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ดูแลด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (อววน.) ของประเทศ นอกจากนี้ สอวช. ยังมีหน้าที่ทำนโยบาย พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย รวมถึงทำมาตรการ กลไก และการขับเคลื่อนด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับแนวโน้มโลกที่จะกระทบต่อประเทศไทย

ในด้านการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สอวช. ทำหน้าที่เป็นผู้แทนหลักของประเทศไทยในการเจรจากลไกเทคโนโลยี (Technology Mechanism) ด้วยบทบาทหน่วยประสานงานกลางด้านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (National Designated Entity : NDE Thailand) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และอีกหนึ่งบทบาทสำคัญ คือการเป็นหน่วยงานผู้ประสานงานโครงการประเมินความต้องการเทคโนโลยีของประเทศ (TNA Coordinator) โดยประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม Global TNA ในระยะที่ 1 และ 5 (ฉบับที่ 1 และ 2) ซึ่งการดำเนินการ TNA ฉบับที่ 2 นี้เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนากลยุทธ์ระดับประเทศ และโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุนของโลกมาสู่ประเทศไทย

ดร.สุรชัย ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ในการเป็นที่ตั้งของศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปก (APEC Center for Technology Foresight : APEC CTF) หน่วยงานเชี่ยวชาญแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากทั้งเอเปกและรัฐบาลไทย โดย APEC CTF จะนำเครื่องมือคาดการณ์อนาคต (Foresight) เข้ามาเพื่อช่วยในการกำหนดนโยบาย ซึ่งการดำเนินโครงการ TNA ในระยะ 5 นี้จะนำเครื่องมือ Foresight เข้ามาเป็นวิธีการหนึ่งในการประเมินความต้องการทางเทคโนโลยีของไทยด้วย

ดร.คมเมธ จิตวานิชไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์และอนาคตศึกษา สอวช. ได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการ TNA ที่มุ่งสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา ให้สามารถประเมินและวางแผนเทคโนโลยี เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) ที่ผ่านมามีประเทศกำลังพัฒนาที่ได้ดำเนินโครงการ TNA เสร็จสิ้นไปแล้ว 98 ประเทศ มี 26 ประเทศที่นำผลของ TNA ไปใช้ในการกำหนดเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions : NDCs) และในระยะ 5 มีประเทศที่กำลังดำเนินโครงการอยู่ 17 ประเทศ โดยหลังจากดำเนินโครงการ TNA เสร็จแล้ว สามารถนำ TNA report ไปใช้ของบประมาณจากองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อดำเนินโครงการในการลดก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการอนุมัติโครงการเป็นมูลค่ารวมแล้วกว่า 1,839 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในส่วนของประเทศไทยเองได้รับการชื่นชมจาก UN ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ทำข้อมูล TNA Report ได้ดี และนำผลของโครงการไปใช้ในการออกแบบโครงการ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้จริง โดยประเทศไทยเป็นกรณีตัวอย่างระดับโลกในการบูรณาการผลการทำ TNA เข้ากับแผนระดับชาติ ทำให้การดำเนินการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งผลจากการประเมิน TNA จะช่วยเสริมการเจรจานโยบายในเวทีระดับนานาชาติ เช่น การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) ในประเด็นการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายใต้ UNFCCC

ดร.ศรีฉัตรา ไชยวงค์วิลาน นักยุทธศาสตร์ 1 ฝ่ายคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์และอนาคตศึกษา สอวช. ได้กล่าวถึงเครื่องมือ Foresight ที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการการทำ TNA ฉบับที่ 2 เริ่มจากการหาสัญญานโดยใช้เครื่องมือ STEEP Analysis ที่แบ่งออกเป็น 1. Social 2. Technology 3. Economic 4. Environment และ 5. Policy และใช้การจัดลำดับความสำคัญจากการดูศักยภาพของเทคโนโลยี (Technology Potential) และผลกระทบ (Impact) เพื่อให้รู้ว่า ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อย่างไรจากเทคโนโลยีที่จะถูกคัดเลือกเหล่านั้น นอกจากนี้ยังต้องมองถึงการกำหนดแผนงาน (Action Plan) กำหนดเป้าหมายเพื่อให้เทคโนโลยีเกิดขึ้นได้จริงด้วย

ที่ประชุมฯ ยังได้ร่วมพิจารณาการจัดลำดับความสำคัญของภาคส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และแนวทางการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) โดยในเบื้องต้นโครงการ TNA ระยะ 5 ของประเทศไทย เสนอให้กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักที่เข้าร่วมกระบวนการอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย ผู้แทนจากคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการ TNA เพื่อเชื่อมโยงเชิงนโยบายและกำกับทิศทาง หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในภาคส่วนสำคัญ เช่น พลังงาน เกษตร น้ำ อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม ภาคเอกชนและภาคธุรกิจ ในฐานะผู้พัฒนา ผู้ใช้ และผู้ลงทุนด้านเทคโนโลยี ภาคการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้เชิงวิชาการและการวิเคราะห์ทางเทคนิค รวมถึงการส่งเสริมการพิจารณามิติเพศสภาพ (Gender) ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ UN ได้กำหนดไว้

Loading

Share this post


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า