สอวช. ชี้แนวทางอ่านภาพอนาคต ออกแบบนวัตกรรมให้ทันโลก กุญแจสำคัญเสริมเกราะผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนไทยรับมือวิกฤตความเปลี่ยนแปลง

สอวช. ชี้แนวทางอ่านภาพอนาคต ออกแบบนวัตกรรมให้ทันโลก กุญแจสำคัญเสริมเกราะผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนไทยรับมือวิกฤตความเปลี่ยนแปลง

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “อ่านอนาคตให้ออก ออกแบบนวัตกรรมให้ทันโลก (Foresight & Innovation Strategy)” ภายใต้การอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมและการลงทุน (วธอ.11) จัดโดย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาการประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรม โดย สถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม ณ ห้องอโนมา ชั้น 3 โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ซึ่งหลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ เพื่อเปิดมุมมองให้ผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ก้าวทันโลกเศรษฐกิจที่ผันผวน พร้อมทบทวนกลยุทธ์การอยู่รอดและเติบโต ผ่านบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ การตลาด และนวัตกรรมสมัยใหม่ มีผู้เข้าร่วมอบรมจากภาคส่วนต่าง ๆ กว่า 100 คน

ดร.สุรชัย ได้ชี้ให้เห็นภาพว่า โลกในปัจจุบันมีความผันผวนสูงและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บทเรียนจากอดีตสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่เคยทำสำเร็จในวันนี้ อาจไม่ใช่คำตอบของวันพรุ่งนี้ และคำถามสำคัญที่ตามมาคือ “เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะกลายเป็นความจริงได้อย่างไร” องค์กรและประเทศจึงต้องอาศัยแนวทางการมองอนาคต (Foresight) เข้ามาเพื่อสร้างทางเลือกเชิงกลยุทธ์ให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

แนวคิดการมองอนาคตต้องเริ่มจากการเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Prediction ที่เป็นการระบุสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นโดยอิงจากพื้นฐานของข้อมูลในอดีต Forecasting คือการประเมินแนวโน้มที่มีโอกาสเกิดขึ้น และ Foresight หรือการมองอนาคต คือการสำรวจและเตรียมความพร้อมรับมือกับฉากทัศน์อนาคตที่หลากหลาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ เพื่อสร้างตัวเลือกเชิงกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับองค์กรและประเทศ โดยอาศัยกรอบแนวคิด Future Cone ในการแบ่งระดับความเป็นไปได้ของอนาคต ตั้งแต่อนาคตที่เป็นไปไม่ได้ อนาคตที่อาจเกิดขึ้น อนาคตที่มีเหตุผล อนาคตที่คาดการณ์ไว้ อนาคตที่เป็นไปได้มากที่สุด ไปจนถึงอนาคตที่ต้องการ

ดร.สุรชัย ได้กล่าวถึงกรอบแนวคิดในการเลือกเครื่องมือสำหรับการทำ Foresight ที่ครอบคลุมทั้งในมิติ Evidence-based ใช้ข้อมูลจริงหรือสถิติ ที่แม่นยำและวัดผลได้ มิติ Creativity-based ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ในการกระตุ้นจินตนาการถึงความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น มิติ Expertise-based การพึ่งพาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ให้ได้ข้อมูลเจาะลึก เฉพาะด้าน และมิติ Interaction-based การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ได้มุมมองที่เปิดกว้างและรอบด้าน ซึ่งกระบวนการคาดการณ์อนาคตเชิงกลยุทธ์ (Strategic Foresight) จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างปัจจุบันและอนาคตอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากการกวาดสัญญาณการเปลี่ยนแปลง (Horizon Scanning) นำไปสู่การจัดทำและวิเคราะห์ฉากทัศน์เพื่อสร้างภาพอนาคต (Scenario Planning) และกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ (Strategic Direction) ก่อนจะผลักดันไปสู่การปฏิบัติการจริง

ผู้อำนวยการ สอวช. ยังได้บรรยายให้เห็นถึงกรอบทั่วไปที่ใช้สำหรับกวาดสัญญาณ เช่น STEEP ที่ใช้วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบจากมุมมองกว้าง PESTEL ที่เพิ่มมิติทางกฎหมายเข้ามาประเมินภาพรวม ตลอดจนกรอบวิเคราะห์เชิงลึกอย่าง PETER ที่เน้นไปที่ปัจจัยเชิงนโยบาย กฎระเบียบ และ DIMEFIL ที่เป็นกรอบวิเคราะห์ด้านความมั่นคงโดยเฉพาะในส่วนของการสร้างฉากทัศน์ ดร.สุรชัย ได้เล่าถึงกระบวนการสร้างฉากทัศน์อนาคตที่มีแนวทางหลากหลาย อาทิ การใช้ 2×2 Scenario Matrix เพื่อดูความเป็นไปได้ของอนาคต ผ่านการคัดเลือกปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่มีความไม่แน่นอนสูงและส่งผลกระทบมากที่สุดมาตัดกันเป็น 4 ฉากทัศน์ การสร้างฉากทัศน์โดยใช้ Mont Fleur Scenario เลือกปัจจัยที่ส่งผลกระทบสูงและมีความไม่แน่นอนสูงมา 1-2 ประเด็นที่จะกำหนดอนาคตของประเทศ หรือการสร้างฉากทัศน์โดยใช้ Future Triangle ที่พิจารณาจากแรงผลักจากปัจจุบัน (Push of the Present) แรงถ่วงจากอดีต (Weight of the Past) และแรงดึงจากอนาคต (Pull of the Future) เพื่อให้เห็นภาพรวมของทางเลือกเชิงกลยุทธ์อย่างชัดเจน

ดร.สุรชัย ยังได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาการเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุด (Super-aged Society) จากข้อมูลเชิงสถิติทั่วโลกระบุว่า ภายใน ค.ศ. 2050 ประชากรโลกจำนวน 1 ใน 6 จะมีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ขณะที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าใน ค.ศ. 2050 จะมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึง 19.6 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 29.6 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และระบบสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งจากการสร้างฉากทัศน์และวิเคราะห์ความต้องการหลักของผู้สูงอายุในอนาคต (Future Users) พบว่า ผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการเพียงแค่การดูแลสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการในมิติที่ซับซ้อนขึ้น ได้แก่ การมีอิสระในการดำเนินชีวิต การพึ่งพาตนเองและมีสิทธิเลือก (Autonomy) การมีช่วงชีวิตที่สุขภาพดีให้ได้นานที่สุด (Healthspan) การไม่โดดเดี่ยวและมีส่วนร่วมเชื่อมโยงกับสังคม (Connection) การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ (Digital Inclusion) ตลอดจนการมีบทบาท คุณค่า และเป้าหมายในชีวิต (Meaning & Purpose)

ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ฉากทัศน์อนาคตจะเชื่อมโยงให้เห็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นไปได้สำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็น AI Health Companion ผู้ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง Smart Home บ้านอัจฉริยะ เพื่อผู้สูงอายุ Telecare Platform เชื่อมต่อกับแพทย์และผู้ดูแลสุขภาพ Elder-friendly City เมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ตลอดจน User-friendly Digital Services บริการดิจิทัลที่ใช้งานง่ายสำหรับทุกคน เป็นต้น

ในท้ายที่สุดแนวคิดนวัตกรรมจะถูกแปลงไปเป็น Innovation Roadmap ให้เห็นภาพการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสังคมสูงวัยที่ดีขึ้น ตั้งแต่ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตที่บ้านได้อย่างปลอดภัย สะดวก และมีคุณภาพ สามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น ลดภาระครอบครัวและระบบสาธารณสุข การพบแพทย์ง่ายขึ้น รวดเร็ว เข้าถึงได้สำหรับทุกคน สร้างเมืองน่าอยู่สำหรับทุกวัย และสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Loading

Share this post


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า